นายกฯ ยัน รับฟังและได้ยินเสียงประชาชน ถึงความประสงค์นโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต ขณะตรึงราคาพลังงานที่จะสิ้นสุด มี.ค.นี้ รอรมว.พลังงาน เสนอ ส่วนกรณี ถนนพระราม 2 สั่ง รมว.คมนาคม ลงพื้นที่พรุ่งนี้  
 

วันที่ 3 มี.ค. 67 เมื่อเวลา 14.30 น. ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เข้าใจถึงความประสงค์ของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายเงินดิจิทัล โดยขณะนี้กำลังรอข้อมูลจากหน่วยงานที่สอบถามไป และได้มีการตั้งคณะกรรมการฯ เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ตนได้ยิน และรับฟังเสียงของประชาชนอยู่ตลอด และตระหนักดีถึงความประสงค์ของประชาชน แต่ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยินเสียงของประชาชนเช่นกัน ส่วนรายละเอียดขอให้รอทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจะเป็นผู้แถลง
 
นายกฯ กล่าวถึงมาตรการตรึงราคาพลังงานที่จะสิ้นสุดสิ้นเดือนมีนาคมมีแนวโน้มที่จะตรึงราคาต่อหรือไม่นั้น ต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เสนอ ส่วนประเด็นความกังวลเรื่องของการลดอัตราดอกเบี้ย มีทั้งมุมมองที่ดีและไม่ดี แต่ก็มีอีกมุมมองหากเกิดเงินทุนไหลออก โดยเงินทุนไหลออกในปริมาณที่เหมาะสมก็จะทำให้เงินบาทอ่อนค่า ส่งผลต่อการส่งออก ซึ่งเราส่งออกอยู่ประมาณ 60% ของ GDP อีกทั้งเงินบาทอ่อนค่า 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 36 – 37 บาท นักท่องเที่ยวก็มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น สามารถจับจ่ายใช้สอยซื้อผลิตภัณฑ์จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น ไปเที่ยวเมืองรองมากยิ่งขึ้น การหมุนเวียนของเงินก็ยิ่งดี ทั้งนี้ สามารถมองได้หลายมุมมอง เพราะเศรษฐศาสตร์ก็เป็นศาสตร์หนึ่งซึ่งก็มีความหลากหลาย ไม่ใช่แค่ตัวเลขหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง โดยนายกฯ ยืนยันว่าพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น
 
รวมทั้ง นายกฯ กล่าวว่า เรื่องถนนพระราม 2 ได้สั่งการเรียบร้อยแล้ว โดยพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบการก่อสร้าง ซึ่งการก่อสร้างถนนที่พระราม 2 นั้นมีปัญหาตลอดเวลา ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะต้องมีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบอย่างจริงจัง ติดปัญหาตรงไหน อย่างไร แต่ขอเช็กก่อนว่าจะสามารถลงไปช่วงวันและเวลาไหนได้บ้าง